CONTACT US

SHARE

533 Views
date :24.ตุลาคม.2018
#VISIT – ‘Dilemma’ การเผชิญหน้ากับสภาวะติดขัดระหว่างวัยของ ‘ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร’

ถ้าจะอธิบายสเตตัสของ Nut.Dao หรือ ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร ศิลปิน Visual Communicator ในช่วงที่ผ่านมาคงจะอารมณ์ประมาณว่า

‘ชายอายุยี่สิบปลายๆ / และกำลังมีปัญหากับช่วงวัย 20 ปลายๆ ของตัวเอง’

ปัญหาของศิลปินหนุ่มผู้นี้คือความชะงักงัน ลังเลที่จะไปต่อในสายอาชีพ ผสมความย้อนแย้งตีกันวุ่นวายของความคิดเห็นผู้คนที่เขาพบเจอ ซึ่งคนที่ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เรียนจบ ทำงาน และใช้ชีวิตมาสักพักน่าจะเข้าใจดีว่าภาวะนี้ว่ามันช่างน่ารำคาญ ร้ายกาจยาวนานเพียงใด ณัฐพงศ์ขอเรียกสภาวะนี้ว่า ‘Dilemma’ 

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ณัฐพงศ์เริ่มทำงานในสายกราฟิกจริงจังตั้งแต่เรียนจบคณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรจนถึงตอนนี้

“พอทำงาน Commercial ไปสักพัก ลูกค้าเห็นงานเรา เขาก็จะจ้างให้ทำวนๆ ซ้ำๆ เหมือนกันไปเรื่อยๆ เราเลยต้องมีช่องทางให้ตัวเองทำงานในรูปแบบอื่นด้วย จนบางทีก็เริ่มเบื่อ งานทั้งหมดในโชว์ครั้งนี้เป็นงานส่วนตัวที่ผมอยากลองผลักดันตัวเองไปในทิศทางอื่นบ้าง โชคดีว่าผมมีโอกาสได้ทำงานหลายอย่างในบริษัท ทั้งกราฟิก อีเว้นต์โน่นนี่ เลยได้เห็นด้านอื่นๆ ในวงการนี้ด้วย เพราะผมไม่ได้เริ่มมาจากการเป็นศิลปินวาดรูปอย่างเดียวเหมือนกับคนอื่นๆ งานศิลปะที่ผมทำเหมือนเป็นการนำเอาทักษะศิลปะหลายๆ อย่างมาเติมเต็มตัวเองมากกว่า”

Dilemma ผสมผสานระหว่างภาพเพ้นต์ติ้งสีอะคลิริกบนผ้าใบ สคัลป์เจอร์ เซรามิกที่ทำร่วมกับชามเริญ สตูดิโอ ที่เหลือเป็นภาพสเก็ตช์ และภาพเคลื่อนไหวยิงโปรเจ็กเตอร์เป็นรูปคนทำท่าทางต่างๆ วูบไหวอยู่บนกำแพง เป็นงานที่เขาเริ่มทำจริงจังเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา

ระหว่างทางของชีวิตการทำงาน อาการสับสนเป็นสภาวะที่เราต่างต้องพบเจอ สับสนว่าจะย้อนกลับทางเดิม หยุดพักหายใจ หรือไปต่อดี แล้วถ้าเลือกช้อยส์สุดท้ายคือไปต่อ คำถามต่อไปก็ยากอีกคือไปทางไหนล่ะ สารพัดคำถามและความยุ่งเหยิงในหัวที่เข้ามาประดังประเดก่อนพระเจ้าจะอนุญาตให้เรา ‘ก้าวพ้น’ ไปได้ ซึ่งณัฐพงศ์ก็เจอสภาพติดแหง็กนี้เหมือนกัน

“งานประจำที่ผมทำมีข้อดีตรงที่เขาให้อิสระไม่ต้องเข้าออฟฟิศ มีงานมาก็ทำ แต่สามารถไปทำโปรเจ็กต์ของตัวเองได้ พออยู่กับตัวเองเยอะต้องคิดเยอะ เกิดคำถามว่าอันนี้ดีไหม งานเราควรเป็นแบบไหน มีความสับสน ไม่แน่ใจเกิดขึ้นอยู่ตลอด เวลาทำงานที่มีโจทย์จากคนอื่นมานานจนมันเริ่มตัน พอจะไปต่อในทางของตัวเอง มันไม่ง่าย ผมแค่อยากลองทำงานที่หลุดออกจากสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำบ้าง

“เชื่อว่าคนที่ทำงานมาสักพัก พอถึงจุดหนึ่งมักเกิดคำถามว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วจะเดินไปทางไหนต่อ แล้วพอหลุดจากตรงนั้นมาได้ เดินต่อ ก็จะมีภาวะแบบนี้รออยู่อีก ผมว่าทุกคนต้องเจอสภาวะนี้อยู่แล้ว และเชื่อว่ามันคงจะเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต”

Abstract Not Abstract

หลายคนอาจจำงานของ Nut.Dao ได้จากสีสันสดใสละมุนละไม และลายเส้นมนุษย์กระจิดริดน่ารัก แต่งานคราวนี้เขาเปลี่ยนเชปของมนุษย์ให้ดูเทอะทะ หัวเล็ก ตัวโต ทำท่าทางต่างๆ ในที่แคบๆ ให้ความรู้สึกอึดอัดบอกไม่ถูก ดูจากสไตล์งานที่เขาเคยทำ ถ้าไม่นับเรื่องการใช้โทนสีที่ยังเป็นสีสดใสอยู่ มันช่างแตกต่างกัน เราเลยถามเขาว่านี่เรียกว่างานกึ่งนามธรรมได้ไหม

“ผมว่ามันก็ไม่ได้ Abstract ขนาดนั้นนะ แค่ลดทอนรายละเอียดของรูปร่างมนุษย์ลง แต่ยังดูรู้เรื่องอยู่

“จริงๆ สรุปยากเหมือนกันว่าเป็นสไตล์ไหน เริ่มจากความชอบล้วนๆ เกิดจากสิ่งที่อยู่ข้างใน ไม่สามารถบอกได้ว่าอินสไปร์มาจากสิ่งไหน ใคร หรืออะไร มันเป็นก้อนรวมๆ กันอยู่ แล้วแต่อารมณ์ตอนนั้นมากกว่าอยากให้ภาพดูคลีนขึ้นหรือรายละเอียดเยอะขึ้นแค่ไหน ไม่ได้คุมว่างานเราต้องมินิมอลๆ แล้วจำกัดตัวเองไปแบบนั้นตลอด เพราะพอเวลาผ่านไป งานก็เปลี่ยนไปด้วย”

“ความว่างเปล่ากับความเหงา… ปนความเศร้า… ในตัวเรา”

เขา : “แค่รู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนว่างเปล่า”

เรา : ว่างเปล่ายังไง  

เขา : “ส่วนหนึ่งของ Dilemma เกิดจากผลกระทบจากสภาพแวดล้อมรอบข้างด้วยเหมือนกัน เวลาเห็นคนอื่นทำ พูด หรือคิด หรือแสดงความคิดเห็น ผมจะเกิดการประมวลผลในตัวเอง เกิดการงัดกันระหว่างความคิด ซึ่งมันมีทั้งผลดีและผลเสีย ทำให้เห็นภาพว่าเราอยู่ในโลกที่ซับซ้อนมาก ทุกคนมีเรื่องที่ตัวเองอยากพูด มันไม่ได้มีอะไรผิดหรือถูก ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้ไปทำลายคุณค่าของคนอื่น

“ผมเลยวาดคนเหล่านั้นกับสเปซที่ว่างเปล่าขึ้นมาเพื่อตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วที่เราดิ้นรนเอาเป็นเอาตายกันทั้งหมดนี้มันมีอะไรเป็นแก่นสารเหรอ หรือเราแค่ต้องการสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างเพื่อให้ตัวเองมีคุณค่า 

แค่ความพยายามที่จะมีคุณค่าในโลกใบนี้เท่านั้น”

ที่ผนังด้านหนึ่งของแกลเลอรี่ อุทิศให้ภาพวาดและลายมือขยุกขยิกจากคนที่มาชมงาน ณัฐพงศ์อยากให้พวกเขาวาดสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ด้วยการที่เขาสเก็ตช์ภาพบนกระดาษไว้กองหนึ่ง แล้วให้คนมาเยี่ยมเยือนวาดสภาวะนั้นลงไป

อาจดูว่าเขาช่างสงสัย อยากรู้อยากเห็น อยากฟังเรื่องราวของคุณก็ได้ ตอนแรกเราก็คิดแบบนี้ แต่เมื่อจรดปากกา ขีดเขียนลงไปบนกระดาษใบนั้น

นั่นแหละ เราถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังเยียวยาตัวเองอยู่… 

Dilemma

นิทรรศการโดย ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร

จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561

ที่ Goose Life Space | ทางออก 3 BTS สนามเป้า 

https://www.facebook.com/events/1905812059721750/?active_tab=discussion

#ต่อไปนี้จะเป็นงานฝากร้านล่ะนะ

Nut.Dao ทำแบรนด์ผ้าห่มชื่อว่า Lig ซึ่งช่วยกันออกแบบกับ TUNA Dunn

หรือ ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต นั่นเอง! ไปเยี่ยมชมและช้อปฯ กันได้ที่ :

https://www.facebook.com/ligaturegoods/?ref=br_rs

Advertising

Recommended Articles

หลายคนอาจมอง Streetwear ในแง่ของเทรนด์ แน่ล่ะ เอาไป 10 คะแนน! คำตอบคือใช่ แต่ที่มากกว่าความเป็นเทรนด์ มันคือบทบันทึกคัลเจอร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นดนตรี

29.ตุลาคม.2018

Advertising

Related Articles